วิทยานิพนธ์ปริญญาเอกฉบับนี้เน้นศึกษาเรื่องข้อการเมืองต่างๆที่เกี่ยวข้องกับราคายางพาราที่ตกต่ำนับตั้งแต่ปี พ.ศ. ๒๕๕๕ ซึ่งผมได้นำข้อมูลเชิงคุณภาพที่รวบรวมเป็นเวลา ๑๖ เดือนมาใช้  โดยสนามการวิจัยอยู่ที่จังหวัดนครศรีธรรมราชและพัทลุง เนื่องมาจากในเดือนสิงหาคมและกันยายน ปี ๒๕๕๖ มีการประท้วงครั้งใหญ่โดยชาวสวนยางทางภาคใต้ได้ทำการปิดถนนและรางรถไฟตั้งแต่เดือนเมษายน ปี ๒๕๕๘ เป็นต้นมา ดังนั้นผมจึงตัดสินใจเลือกทำการวิจัยที่ อ.ชะอวด จ.นครศรีธรรมราช การศึกษาของวิทยานิพนธ์ฉบับนี้มุ่งเน้นพิจารณาว่าชาวสวนยางในเขตนี้และเขตใกล้เคียงเข้าใจปัจจัยต่างๆที่ส่งผลต่อราคายางพาราตกต่ำภายในประเทศไทยอย่างไร รวมทั้งพิจารณาว่าทำไมชาวสวนยางทางภาคใต้ถึงมองว่าทางรอดจากความเดือดร้อนด้านราคายางควรจะอยู่ที่นโยบายของรัฐบาลไทย ซึ่งต้องยอมรับว่าการประท้วงปิดถนนดังกล่าวมีความเชื่อมโยงอย่างมากกับการประท้วงในครั้งต่อไปที่กรุงเทพฯ ซึ่งนำโดย สุเทพ เทือกสุบรรณ และแกนนำคนอื่นๆที่เป็นสมาชิกของคณะกรรมการประชาชนเพื่อการเปลี่ยนแปลงปฏิรูปประเทศไทยให้เป็นประชาธิปไตยที่สมบูรณ์แบบอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข (กปปส.) ในที่สุดก็มีรัฐประหารเกิดขึ้น อย่างไรก็ตามแทนที่จะมองว่าปัญหาราคายางพาราตกต่ำเป็นเรื่องของพรรคการเมืองเท่านั้น ผมอยากให้มองถึงมิติอื่นๆของปัญหานี้ ดังนั้นในวิทยานิพนธ์ฉบับนี้ผมจะวิเคราะห์พิจารณาและกล่าวถึงมิติดังกล่าวว่ามีอะไรบ้าง

ราคายางแผ่นรมควันที่ตลาดกลางยางพาราสงขลา (บาท/กก.)

ราคายางแผ่นรมควันที่ตลาดกลางยางพาราสงขลา (บาท/กก.)

สนามการวิจัยและสถานที่มีการประท้วงเมือปี พ.ศ. ๒๕๕๖

สนามการวิจัยและสถานที่มีการประท้วงเมือปี พ.ศ. ๒๕๕๖

ระหว่างการดำเนินการวิจัย ผมพบว่าชาวสวนยางหลายคนคิดว่าสาเหตุสำคัญที่ทำให้ราคายางตกลงเป็นเพราะมีการปลูกยางพาราที่เพิ่มมากขึ้นในหลายจังหวัดการปลูกยางพาราได้ขยายตัวภายในประเทศจากจังหวัดในภาคใต้ไปสู่จังหวัดในภาคตะวันออกเฉียงเหนือและภาคเหนือ ชาวสวนยางในภาคใต้หลายคนคิดว่าความนิยมในการปลูกยางในภาคเหนือและภาคตะวันออกเฉียงเหนือนั้นเป็นผลมาจากนโยบายของ อดีตนายกรัฐมนตรี ทักษิณ ชินวัตร นอกจากนี้ชาวสวนยางในภาคใต้ยังคงคิดว่าการปลูกยางพาราที่เพิ่มขึ้นทำให้ปริมาณยางพารามีมากกว่าความต้องการ ดังนั้นจึงส่งผลให้ราคายางพาราตกลงซึ่งความคิดดังกล่าวนั้นถูกต้องเพียงบางส่วน เพราะว่าการผันผวนของราคายางพารานั้นยังเกี่ยวข้องกับสาเหตุอีกหลายประการ เช่น ราคาน้ำมันดิบ ราคาทองแดง และราคาสินค้าเกษตรอื่นๆที่มีในตลาดโลก นอกจากนี้ราคายางพาราที่ไทยยังผันแปรโดยตรงกับราคายางในตลาดล่วงหน้าที่โตเกียวและสิงโปร์อีกด้วย สำหรับสิบแปดปีที่ผ่านมานี้ ค่าความสัมพันธ์เชิงบวกระหว่างราคายางแผ่นรมควันชั้น ๓ ในตลาดสิงโปร์และราคายางแผ่นรมควันชั้น ๓ ในตลาดกลางยางพาราจังหวัดสงขลาอยู่ที่ ๐.๙๙ การเปรียบเทียบดังกล่าวคำนวณจากราคาเฉลี่ยของยางแผ่นรมควันชั้น ๓ ต่อเดือน

หนึ่งจุดเท่ากับ 312.5 ไร่

หนึ่งจุดเท่ากับ 312.5 ไร่

การที่ชาวสวนยางมักจะคิดว่าปัญหาราคายางตกต่ำและการแก้ไขปัญหายางพาราเป็นเรื่องที่เกี่ยวข้องกับการดำเนินนโยบายของรัฐอาจแสดงให้เห็นว่า กรอบวิเคราะห์ทางภูมิภาค (regional frame) มีความสำคัญอย่างมากต่อความเข้าใจระบบเศรษฐกิจยางพาราของไทย เมื่อวิเคราะห์ปัญหาจากมุมมองของชาวสวนยาง  ชาวสวนยางทางภาคใต้เรียกร้องให้รัฐบาลเข้ามาแทรกแซงช่วยเหลือตนเองโดยอาศัยแนวคิดความสัมพันธ์ทางอัตลักษณ์และทางภูมิภาค หรือก็คือรัฐบาลควรมองว่าการทำสวนยางเป็นอัตลักษณ์อย่างหนึ่งที่ควรเป็นของคนใต้ ด้วยเหตุนี้ ผมขอใช้คำว่า ร่างภูมิภาค (regional cast) ในการอธิบายถึงการจัดการทางเศรษฐกิจของรัฐบาลโดยใช้มุมมองของผู้ทระทำ นอกจากนี้คำว่า ร่าง (cast) ในภาษาอังกฤษหมายรวมถึงความคงที่และความไม่เปลี่ยนบนพื้นที่การเกษตร

ความสัมพันธ์ระหว่างมุมมองที่ว่าการทำสวนยางเป็นกิจกรรมทางการเกษตรและเป็นอัตลักษณ์อย่างหนึ่งของภาคใต้ทำให้มีการพิจารณามิติของหัวข้อภูมิภาคนิยมในสองมิติ คือการรวมและการไม่รวม ทั้งๆที่การทำสวนยางพารามานับหลายสิบปีจะช่วยสร้างความรู้สึกว่าตนเป็นสมาชิกของกลุ่มภาคใต้ก็ตาม แต่การที่การเพาะปลูกยางพาราได้ขยายตัวไปหลายจังหวัดนอกเขตภาคใต้โดยนโยบายรัฐบาลที่ต้องการช่วยเกษตรกรภาคอื่นๆ อาจทำให้เกิดความข้องใจเกี่ยวกับพื้นฐานของอัตลักษณ์ของคนใต้เอง วิทยานิพนธ์ฉบับนี้จึงขออภิปรายว่า เศรษฐกิจยางพาราของภาคใต้ไม่ใช่แค่เคยมีบทบาทสำคัญในการเปลี่ยนแปลงสถานการณ์การเมืองระหว่างปี พ.ศ. ๒๕๕๖ ถึง ๒๕๕๗ แต่การไม่แก้ปัญหาสถานการณ์ยางพาราตกต่ำอย่างยั่งยืนทั้งก่อนและหลังรัฐประหารยังทำให้ความสัมพันธ์ระหว่างการทำสวนยางพาราและอัตลักษณ์ทางภูมิภาคของคนใต้มีความชัดเจนยิ่งขึ้น และความสัมพันธ์นี้ได้สร้างความคิดและพื้นฐานทางการเมืองที่ไม่ได้มาจากพรรคการเมืองเท่านั้น ชาวสวนยางได้นำมุมมองด้านอัตลักษณ์ทางภูมิภาคไปใช้เพื่อถกเถียงการบริหารตลาดยางพาราและเรียกร้องให้รัฐบาลเข้ามาแทรกแซงช่วยเหลือชาวสวนยาง

วิทยานิพนธ์ฉบับนี้มีทั้งหมด ๘ บท โดยบทแรกเป็นบทนำ บทที่ 2 เป็นบทที่อธิบายระบบตลาดยางพาราทั้งระดับโลกและระดับภายในไทยด้วย โดยบทนี้จะเสนอวรรณกรรมในกลุ่ม ห่วงโซ่การผลิตโลก หรือที่เรียกกันว่า global production networks (GPN) ที่เหมาะสมและสามารถสร้างบริบทเชิงวิเคราะห์ได้ การทบทวนกลุ่มวรรณกรรมห่วงโซ่การผลิตโลกถือว่ามีส่วนสำคัญในการเข้าใจระบบเครือข่ายการผลิต ดังนั้นนักวิชาการจึงควรจะพิจารณาปัจจัยหลากหลายเพื่อวิเคราะห์กระบวนการการผลิตอย่างครบถ้วน ได้แก่ ผู้ผลิต ผู้บริโภค และส่วนต่างๆของรัฐ เช่น กฎหมายและนโยบาย เป็นต้น ถึงแม้ว่านักวิชาการบางท่านอาจจะมองว่าการทบทวนกลุ่มวรรณกรรมนี้ยังคงมีปัญหา เพราะว่าวรรณกรรมเหล่านี้ส่วนใหญ่มุ่งเน้นการศึกษาและอภิปรายในเรื่องของบริษัทมากเกินไป แทนที่จะพิจารณาในส่วนของบุคคลหรือผลกระทบต่อการพัฒนาทางเศรษฐกิจ อย่างไรก็ตามวรรณกรรมกลุ่มนี้ยังคงมีความสำคัญอยู่ในด้านของการเข้าใจสถานการณ์ในตลาดยางพาราซึ่งมีบทบาทสำคัญในการพิจารณาหัวข้อต่างๆในเรื่องยางพาราทางภาคใต้ ทั้งนี้การทบทวนวรรณกรรมด้านห่วงโซ่การผลิตโลกเป็นเพียงแค่จุดเริ่มต้นของการศึกษาเรื่องยางพาราเท่านั้น ดังนั้นควรมีการพิจารณามุมมองด้านอื่นๆจากกลุ่มวรรณกรรมในกลุ่มอื่นด้วย โดยเฉพาะอย่างยิ่งควรมีการพิจารณาศึกษาในระดับภูมิศาสตร์ (geographic scale) และ ในระดับภูมิภาค การนำวรรณกรรมที่หลากหลายดังที่เสนอไว้มาวิเคราะห์ร่วมกัน จะสามารถพัฒนาความคิดเห็นเกี่ยวกับกระบวนการผลิตยางพาราได้อย่างลึกซึ้งและกว้างขวางมากยิ่งขึ้น โดยเฉพาะในด้านของวิชาภูมิศาสตร์ ซึ่งจะช่วยให้เราเห็นได้ว่าปัญหาราคายางพารานั้นเป็นปัญหาที่เกี่ยวพันกันทั้งกับระบบเศรษฐกิจและระบบการเมืองการบริหารระดับชาติ โดยปัญหาดังกล่าวกลายเป็นปัญหาที่คนภาคใต้รู้สึกน้อยใจและอาจคิดว่าถูกเพิกเฉยจากรัฐบาล

ในบทที่ 3 ผมได้อธิบายประวัติศาสตร์ยางพาราในไทยโดยแสดงให้เห็นว่ารัฐบาลไทยมีบทบาทสำคัญในการสนับสนุนเศรษฐกิจยางพารารายย่อยมานานนับหลายสิบปี ซึ่งการสนับสนุนนี้เคยมีเฉพาะในถิ่นภาคใต้และบางจังหวัดในภาคของตะวันออกที่มีสภาพอากาศที่คล้ายคลึงกับพื้นที่ภาคใต้เท่านั้น ในบทนี้จะเน้นอภิปรายบริบทที่ชี้ให้เห็นถึงการสร้างความสัมพันธ์ระหว่างการทำสวนยางพาราและแนวคิดด้านภูมิภาคนิยมหรืออัตลักษณ์ของคนภาคใต้ การอภิปรายนี้จะช่วยให้เราเข้าใจว่าคนภาคใต้บางคน โดยเฉพาะผู้ที่ถูกผมสัมภาษณ์คิดว่าการทำสวนยางเป็นมากกว่าอาชีพ หน้าที่ หรือตำแหน่ง สำหรับคนภาคใต้การทำสวนยางเป็นส่วนหนึ่งของวิถีชีวิตและการดำรงชีวิตของคนภาคใต้ อย่างไรก็ตามการที่รัฐให้ความช่วยเหลือสนับสนุนการปลูกยางพาราในภูมิภาคอื่นๆ ตั้งแต่ปี พ.ศ. ๒๕๔๓ ทำให้คนใต้บางคนอาจสงสัยว่าการทำสวนยางพาราในภูมิภาคอื่นๆนั้น กำลังแย่งอาชีพและการดำรงชีวิตของพวกเขาหรือไม่ นอกจากนี้ชาวสวนยางทางภาคใต้บางคนอาจเห็นว่าการทำสวนยางพาราควรเป็นอาชีพของคนภาคใต้เท่านั้น

สี่ภูมิภาคของไทยและจังหวัดของภาคใต้

สี่ภูมิภาคของไทยและจังหวัดของภาคใต้

บทต่อไปจะกล่าวถึงการประท้วงปิดถนนและรางรถไฟใน พ.ศ. ๒๕๕๖ ที่ อ.ชะอวด จ.นครศรีธรรมราช อย่างละเอียด เพื่อวิเคราะถึงความเชื่อมโยงระหว่างการประท้วงที่ จ.นครศรีธรรมราชกับการประท้วงทางการเมืองที่กรุงเทพฯ ซึ่งนำโดยแกนนำ กปปส. และเพื่ออธิบายให้เข้าใจว่าการประท้วงเรื่องราคายางตกต่ำนั้นสะท้อนเรื่องราวทางการเมืองในมิติอื่นๆที่ไม่ใช่แค่มิติที่เกี่ยวกับพรรคการเมืองเท่านั้น หมายถึงการที่รัฐบาลไม่ตอบสนองกรณีราคายางตกต่ำอย่างที่น่าพอใจสำหรับคนภาคใต้หลายคนได้กลายเป็นปัญหากว้างกว่าที่เกี่ยวพันกับความไม่ยุติธรรมเชิงภูมิประเทศ ผมขออภิปรายว่ามรดกการทำสวนยางอาจเป็นพื้นฐานที่ช่วยสร้างความคิดเห็นสำคัญในเรื่องการเมืองและการบริหารสำหรับคนส่วนมากในภาคใต้ได้ ซึ่งสามารถฝังรากในความสำนึกได้ ที่การรับผิดชอบหาทางรอดจากสถานการณ์ราคายางตกต่ำต้องอาศัยรัฐบาล โดยรัฐจำเป็นต้องเป็นผู้รับรองความเป็นอยู่ของประชาชน

หลังจากที่มีรัฐประหารเกิดขึ้นแล้วชาวสวนยางถูกห้ามไม่ให้ออกไปประท้วงเรื่องราคายางแม้ว่าราคายางยังคงตกลงไปเรื่อยๆ ทำให้ชาวสวนยางลำบากมากยิ่งขึ้น อย่างไรก็ตามแม้ว่าชาวสวนยางทางภาคใต้จะไม่สามารถทำการประท้วงได้ แต่การแสดงความไม่พอใจต่อรัฐบาลเรื่องการแก้ปัญหาราคายางพารายังคงมีอยู่ เช่น ชาวสวนยางมักจะประชุมพูดคุยกันเกี่ยวกับปัญหาราคายางและร่วมกันยื่นหนังสือแก่ตัวแทนจากกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เป็นต้น นอกจากนี้ชาวสวนยางยังแสดงความไม่พอใจด้วยวิธีอื่นๆ  เช่น การแสดงความไม่พอใจผ่านทางการแสดงหนังตะลุงซึ่งเป็นศิลปะท้องถิ่นของคนใต้ ทั้งนี้ในบทนี้ ผมจะอธิบายถึงการตีความหนังตะลุงของนักแสดงหนังตะลุงชื่อดัง โดยในหนังตะลุงนั้นมีบทสนทนาระหว่างตัวตลกกับ พ.อ. ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีของประเทศไทย บทสนทนาเป็นการพูดคุยกันเรื่องปัญหายางพาราและปัญหาทางภาคใต้โดยทั่วไป โดยมีการล้อเลียนและเสียดสีทางการเมืองอย่างสนุกสนาน

ไอเท่งพูด

ไอเท่งพูด

สำหรับบทต่อไป ผมจะกล่าวถึงความสัมพันธ์ระหว่างวิถีชีวิตการทำสวนยางพาราในภาคใต้และแนวคิดด้านภูมิภาคนิยม รวมทั้งจะเปิดเผยถึงความรู้สึกของคนภาคใต้โดยทั่วไปเกี่ยวกับเรื่องราคายางพาราที่ตกต่ำลง ผมจะเสนอว่าการขยายพื้นที่ปลูกยางพาราไปสู่ภูมิภาคอื่นๆ แม้จะมีบทบาทบางส่วนในการทำให้ราคายางต่ำลง แต่อย่างไรก็ตามการที่ราคายางตกลงนั้นยังมีสาเหตุมาจากอีกหลายปัจจัย ดังนั้นความเชื่อของคนที่คิดว่าราคายางตกลงเพราะยางพาราถูกปลูกมากขึ้นในพื้นที่จังหวัดอื่นๆนอกจากภาคใต้นั้นชี้ให้เห็นถึงว่าชาวสวนยางได้ใช้แนวคิดกรอบระดับ (scale frame) ในการวิเคราะห์และแสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับสถานการณ์ราคายางตกต่ำ ซึ่งผมขอเรียกกระบวนการนี้ว่า การแปรระดับ (scalar translations) ดังนั้นในบทนี้ผมจะอธิบายถึงนโยบายของรัฐบาลเมื่อกลางทศวรรษ พ.ศ. ๒๕๔๐ และความคิดเห็นในมุมมองของชาวสวนยางทางภาคใต้ ส่วนในบทสุดท้ายนั้นผมจะสรุปการวิจัยและเป้าหมายของวิทยานิพนธ์ พร้อมกับเสนอว่างานวิจัยในอนาคตที่เกี่ยวข้องควรมีหัวข้ออะไรบ้าง สุดท้ายผมจะอธิบายถึงสถานการณ์ราคายางที่ตกต่ำในภาคใต้ให้ผู้อ่านได้เข้าใจกระบวนการของห่วงโซ่การผลิตโลกได้อย่างถ่องแท้มากยิ่งขึ้น

หนึ่งจุดเท่ากับ 312.5 ไร่

หนึ่งจุดเท่ากับ 312.5 ไร่

หมายเหตุ: ผมวาดกราฟและทำแผนที่ด้วยฝีมือเอง โดยนำข้อมูลจากแหล่งต่างๆมาใช้ สำหรับราคายางพารานำข้อมูลจากสำนักงานเศรษฐกิจการเกษตร (oae.go.th) สำหรับพี้นที่ปลูกยางพาราในแต่ละจังหวัดของไทยนำข้อมูลจากสำมะโนการเกษตรซึ่งดำเนินโดยสำนักงานสถิติแห่งชาติ พร้อมนำจากสำนักงานเศรษฐกิจการเกษตร สำหรับพื้นที่ปลูกยางพาราที่ประเทศ จีน อินโดนีเซีย มาเลเซีย เมียนมาร์ ไทย และเวียดนาม นำข้อมูลจาก องค์การอาหารและการเกษตรแห่งสหประชาชาติ (FAOSTAT) สำหรับ สปป ลาว ข้อมูลมาจาก NAFRI (2009) และ Kenney-Lazar, et al. (2018) สำหรับประเทศเขมรสถิติการปลูกยางนำจาก องค์การอาหารและการเกษตรแห่งสหประชาชาติ และ กระทรวงพาณิชย์ประเทศเขมร (moc.gov.kh)